จอ Persona vs Projector ต่างกันอย่างไร เลือกให้ถูกก่อนตัดสนใจซื้อ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • จอ Persona Interactive คือจอสัมผัสอัจฉริยะที่พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องปิดไฟ
  • Projector มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำ แต่มีค่าใช้จ่ายแฝงและข้อจำกัดด้านแสง
  • Persona รองรับ Multi-touch, Smart Whiteboard และ AI Learning
  • ได้รับ Google EDLA Certified ใช้งานแอปเพื่อการศึกษาและประชุมได้เต็มระบบ
  • เหมาะกับ Smart Classroom และ Smart Meeting Room ระยะยาว

ทำไมหลายองค์กรเริ่มตั้งคำถาม “Projector ยังตอบโจทย์อยู่ไหม?”

ในอดีต Projector คืออุปกรณ์หลักของห้องเรียนและห้องประชุม
แต่ในปี 2026 เป็นต้นไป รูปแบบการเรียนรู้และการทำงานได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • ต้องการ การโต้ตอบ (Interactive)
  • ต้องการ AI และ Digital Tools
  • ต้องการอุปกรณ์ที่ ใช้งานง่าย เสถียร และดูแลไม่ซับซ้อน

จึงเกิดคำถามสำคัญว่า

"ระหว่าง จอ Persona Interactive กับ Projector แบบเดิม อะไรคือคำตอบที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาวมากกว่า?"

เปรียบเทียบแบบข้อต่อข้อ: Persona Interactive VS Projector

1. ประสบการณ์การใช้งาน (User Experience)

Projector

  • ต้องปิดไฟบางส่วนเพื่อให้ภาพชัด
  • ภาพซีดลงเมื่อใช้งานนาน
  • เงาคนบังภาพเมื่อยืนหน้าจอ

จอ Persona Interactive

  • ภาพ 4K UHD คมชัด แม้ในห้องที่มีแสง
  • ไม่เกิดเงาบัง
  • ใช้งานได้เหมือนกระดาน + หน้าจอในเครื่องเดียว

Persona เหนือกว่าในแง่ประสบการณ์ใช้งานจริง

2. ความสามารถด้าน Interactive และการสัมผัส

Projector

  • ส่วนใหญ่เป็นการแสดงผลแบบทางเดียว
  • ถ้าต้องการสัมผัส ต้องเพิ่มอุปกรณ์เสริม
  • Persona Interactive Display
  • รองรับสัมผัสสูงสุด 40 จุด
  • นักเรียนหรือผู้เข้าร่วมหลายคนใช้งานพร้อมกันได้
  • เหมาะกับ Active Learning / Workshop / Brainstorm

Persona คือ Interactive Display อย่างแท้จริง

3. การเรียนการสอนและการประชุมยุคใหม่

Projector

  • แสดงสไลด์หรือวิดีโอ
  • ไม่รองรับเครื่องมือการสอนอัจฉริยะ

Persona

  • Smart Whiteboard ในตัว
  • รองรับ AI ClassCraft
  • เขียน วาด ไฮไลต์ แบ่งหน้าจอได้
  • บันทึกและแชร์บทเรียนได้ทันที

Persona ตอบโจทย์ Smart Classroom อย่างแท้จริง

4. ระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชั่น

Projector

  • ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์เป็นหลัก
  • ไม่มีระบบ OS ในตัว

Persona Interactive

  • ระบบ Android 14
  • ได้รับ Google EDLA Certified
  • ใช้งาน Google Workspace, YouTube, Zoom, Meet, Classroom ได้เต็มระบบ
  • ไม่หลุด ไม่เด้ง เสถียรระดับองค์กร

Persona ทำงานได้แบบ Standalone ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม

5. การดูแลรักษาและค่าใช้จ่ายระยะยาว

Projector

  • ต้องเปลี่ยนหลอด
  • ต้องปรับโฟกัส
  • ค่า Maintenance ต่อเนื่อง

Persona

  • ไม่มีหลอด
  • เปิดใช้งานได้ทันที
  • ดูแลรักษาน้อยกว่า

Persona คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

6. การบริหารจัดการหลายห้อง / หลายอาคาร

Projector

  • ต้องเดินตรวจเช็กทีละเครื่อง

Persona + DMS+

  • ควบคุม เปิด–ปิด จากศูนย์กลาง
  • ตรวจสอบสถานะทุกจอแบบ Real-time
  • เหมาะกับโรงเรียนและองค์กรขนาดใหญ่

ใครควรเลือก Persona Interactive แทน Projector?

  • โรงเรียนที่ต้องการพัฒนา Smart Classroom
  • โรงเรียนนานาชาติ / เอกชน
  • องค์กรที่มีห้องประชุมหลายห้อง
  • หน่วยงานรัฐที่ต้องการความเสถียรและมาตรฐาน

Persona Interactive ทางเลือกที่เหนือกว่า Projector ในยุค AI

ในวันที่การเรียนรู้และการประชุมต้อง “โต้ตอบได้จริง”
การเลือกอุปกรณ์แสดงผล ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา
แต่คือการลงทุนใน คุณภาพ ประสบการณ์ และอนาคต

Persona Interactive Display
คือคำตอบที่พร้อมใช้งานวันนี้ และรองรับอนาคตอย่างแท้จริง

และในประเทศไทย
Matrix Intertrade คือผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
พร้อมทีมติดตั้ง เทรนนิ่ง และบริการหลังการขายครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Projector ยังใช้งานได้อยู่ไหม?
A: ยังใช้ได้ในงานพื้นฐาน แต่ไม่ตอบโจทย์ Smart Classroom และ Interactive Learning

Q: Persona ราคาแพงกว่า Projector ไหม?
A: ราคาขึ้นอยู่กับขนาด แต่คุ้มค่ากว่าในระยะยาวจอ Persona ไม่มีค่าเปลี่ยนหลอดและดูแลรักษาน้อยกว่า

Q: Persona เหมาะกับโรงเรียนรัฐหรือไม่?
A: เหมาะทั้งโรงเรียนรัฐ เอกชน และนานาชาติ

Q: ถ้ามีหลายห้องเรียน ควบคุมยากไหม?
A: ไม่ยาก เพราะมีระบบ DMS+ บริหารจัดการจากศูนย์กลาง