
Active Learning ด้วย Persona ยกระดับห้องเรียนสู่ Smart Classroom
Active Learning คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกับการศึกษาในยุคปัจจุบัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิด Active Learning ได้กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการเรียนรู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาทั่วโลก เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับบทเรียนมากขึ้น และสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน
Active Learning แตกต่างจากการเรียนแบบดั้งเดิมที่ครูเป็นผู้บรรยายเพียงฝ่ายเดียว เพราะ Active Learning จะเน้นให้ผู้เรียน
แนวคิดนี้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะ 21st Century Skills ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนในยุคดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม การทำ Active Learning ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนจำเป็นต้องมี เครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญคือ จอสัมผัสอัจฉริยะ (Interactive Display)
Persona Interactive เครื่องมือสำคัญของ Active Learning
Persona Interactive คือจออินเตอร์แอคทีฟที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้โดยเฉพาะ ช่วยให้ครูสามารถเปลี่ยนรูปแบบการสอนจากการบรรยายแบบเดิม สู่การเรียนรู้แบบ Interactive ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นสำคัญของ จอ Persona คือการรวมฟังก์ชันหลายอย่างไว้ในอุปกรณ์เดียว เช่น
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Persona Interactive จึงสามารถทำหน้าที่เป็นทั้ง
ทำให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้เรียนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง
5 วิธีใช้ Persona เพื่อสร้าง Active Learning ในห้องเรียน
1. การเรียนรู้ผ่านการโต้ตอบบนหน้าจอ
หนึ่งในหัวใจของ Active Learning คือการทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับเนื้อหา
จอ Persona Interactive รองรับระบบ Multi-Touch ทำให้นักเรียนหลายคนสามารถใช้งานหน้าจอพร้อมกันได้
กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับบทเรียนมากขึ้น และช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุก
2. ใช้ Digital Whiteboard สำหรับการอธิบายแบบ Interactive
Persona มาพร้อม Digital Whiteboard ที่ช่วยให้ครูสามารถเขียน วาด และอธิบายเนื้อหาได้อย่างลื่นไหล
จุดเด่นของ Whiteboard บนจอ Persona เช่น
เมื่อครูอธิบายเนื้อหา นักเรียนสามารถออกมามีส่วนร่วมบนหน้าจอได้ทันที ทำให้บทเรียนไม่เป็นเพียงการบรรยาย แต่กลายเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน
3. การทำกิจกรรมกลุ่มผ่านหน้าจออินเตอร์แอคทีฟ
Active Learning มักใช้กิจกรรมกลุ่มเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน
Persona Interactive ช่วยให้กิจกรรมกลุ่มเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น เช่น
หน้าจอขนาดใหญ่ช่วยให้ทุกคนในห้องเรียนสามารถมองเห็นเนื้อหาได้ชัดเจน ทำให้การสื่อสารในห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ใช้ Classcraft เพื่อสร้างการเรียนรู้แบบ Gamification
อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริม Active Learning คือ Classcraft
Classcraft เป็นแพลตฟอร์มที่นำแนวคิด Gamification หรือการใช้กลไกของเกมมาใช้กับการเรียนรู้
เมื่อแสดงกิจกรรม Classcraft ผ่าน จอ Persona Interactive ทั้งห้องเรียนจะสามารถติดตามและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้พร้อมกัน
สิ่งนี้ช่วยเพิ่ม Engagement และทำให้การเรียนรู้มีความสนุกมากขึ้น
5. ใช้ AI เพื่อช่วยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
ในยุคที่เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) เข้ามามีบทบาทในการศึกษา ครูสามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้
ตัวอย่างการใช้ AI ในห้องเรียน เช่น
เมื่อผสาน AI เข้ากับ จอสัมผัสอัจฉริยะ Persona ครูสามารถนำเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาแสดงบนหน้าจอ และปรับแก้เนื้อหาได้แบบเรียลไทม์
ทำให้การเรียนรู้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อผู้เรียนมากขึ้น
Persona Interactive กับอนาคตของ Smart Classroom
แนวคิด Smart Classroom คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
องค์ประกอบของ Smart Classroom มักประกอบด้วย
Persona Interactive จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถพัฒนาห้องเรียนสู่ Smart Classroom ได้ง่ายขึ้น
การใช้ Persona ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น เช่น AI และ Classcraft ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่
ซึ่งเป็นแนวทางของการศึกษายุคใหม่



